counter 8,713

3-4-5-6-7-8-9-10-11 3 2551 ไปเที่ยว ยังบันทึกไม่เสร็จ

เที่ยว เหนือ กัน

3 3 2551

กลับมาจากบ้านเเล้นนน เช้าๆหน่อย เราก็กลับกัน เเวะไปรับนังส้มที่บ้านด้วย นังส้มกลับหอ เเวะไปส่งนังส้มที่หอที่ ราชมงคล คลอง6 เเล้นเราก็มาหอ เย้ๆๆ วันนี้เราจะได้ไปเที่ยวเเว้ว..ว. กลับมาถึงหอกันก็ จัดการเตรียมกระเป๋า ข้าวของ 5555+ จัดกันใหญ่เลย พี่ออฟยังไม่ได้จัดกระเป๋าเตรียมของเลย ส่วนของเราจัดเตรียมไว้บ้างเเล้นนิดๆๆหน่อย ของเต็มห้องไปหมดเลย 555 เพราะต้องเอาของออกมาเรียง ซัก เเละอื่นๆ เอาเป็นว่าทัน เรียบร้อยๆ ก็โทรถามรถที่จะไปด้วย สรุปว่า รถทัวร์เต็มงะ รถไฟตู้นอนเต็มหมด สรุปสุดท้าย พวกเรานั่งรถไฟ สปินเตอร์ ไปกาน ปู๊นๆๆ ยังเหลือเวลา ไปเเวะร้านเน็ตก่าออฟ เเป๊บนึงด้วย 555+เเล้นก็ไปไหว้พระสิทธิธาดาด้วย เรายืมกล้องพี่ออยไว้ เย้ มีกล้องไปถ่ายรูปเเล้น ถ้าไม่มีกล้องไปเศร้าเลย จะไปเอากล้องที่พี่ออย ที่เเรกออฟจะไม่ไปให้ สรุปตอนหลังออฟเอารถไป 555ไปหาพี่ออยที่ฟิวเจอร์ จะบอกว่า โดนตำรวจเรียกด้วยงะ โคตรซวยเลย เเต่ถือว่าฟาดเคราะห์ไปเเละกาน 555 จ่ายตำรวจไป200บ. เเงๆ ตังไปเที่ยวหนูนะหนะ เฮ้อ ขากลับพี่ออยก่าพี่เต้งนั่งมาด้วยลงที่ตลาดใหม่ดอนเมืองหอเขาทั้งสอง เย้ๆๆๆ มีกล้องไปถ่ายรูปเเล้น ดีใจฉิป.. ขากลับรีบสุดๆเลย รถติดมากๆ กลัวขึ้นรถไฟกันไม่ทัน ขับรถเลยทางอีกต่างหาก 555 เวลาเร่งรีบเป็นงี้ทุกทีเลยงะ ถึงหอเเล้น เราก็ขึ้นมาเอากระเป๋า เนื่องจากเราเเต่งตัวกันเสร็จเเล้น ก่อนจะไปเอากล้อง เเละก็โทรหาเล็กรอกันที่โต๊ะม้าหินตรงหอเรา เมื่อได้เวลาก็ออกเดินทางเย้ๆๆ อ้า ไม่ลืมที่จะเเวะเซเว่น ซื้อถ่านใส่กล้องกันคนละเเพ็คใหญ่ๆๆเลย เเล้นก็เลยกดเงินไปเพิ่มด้วยอีก2000บ.ตอนนี้เรามีอยู่4000บ. เเต่กว่าจะไปหมดไปเยอะจะเป็น1000เเล้น ซื้อของ ใช้หนี้ ค่าตำรวจก็เลยเตรียมเงินไปเพิ่มอีกเผื่อไว้ รวมเเล้น6000บ.เย้ๆเเล้นพวกเราก็โบกเเท๊กซี่ เพื่อไปสถานีรถไฟดอนเมือง

อยู่บนเเท๊กซี่ก็ลุ้นกันตลอดทาง กลัวไม่ทันรถไฟออก555 จะสองทุ่มเเล้วพวกเราไปขึ้นรถไฟที่สถานีดอนเมือง ถึงเเล้ว  ระหว่างนั้นเรารีบวิ่งไป เพื่อจะไปซื้อตั๋วรถไฟให้ทันเวลา เเต่รถไฟอีกฝั่งมาพอดี อ้าว 555 โธ่ อุตส่าห์รีบ พอรางรถไฟว่างเเล้ว พวกเราก็ข้ามทางรถไฟไปที่ชานชลา ใช่ป่ะว่ะ สถานีรถไฟเรียกว่าชานชลาป่ะ 5555 ดิ่งไปซื้อตั๋วกันเลย ทันอยู่เลยนี่นา 555 ที่สำคัญรถไฟมาราวๆ สองทุ่มครึ่ง ซื้อตั๋วเสร็จพวกเราก็นั่งรอรถไฟกันเพื่อเตรียมตัวออกเดินทาง                     ค่ารถไฟพวกเราคนละ 603 บ. ด่วนพิเศษ ดอนเมือง-เชียงใหม่  รถไฟเเบบสปรินเตอร์ ที่เเรกเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าประมาณไหน เพราะยังไม่เคยขึ้นเเบบสปินเตอร์เลยเหมือนกัน เเต่ทราบมาคล่าวๆว่า เป็นเบาะนั่งเเบบรถทัวร์

ราวๆ20.30 น. รถไฟเที่ยบชานชลา เย้ๆๆๆ รถไฟของพวกเรามาเเล้น ตื่นเต้นเเล้นสิ อิอิ ขึ้นรถไฟไป พวกเราก็มองหาที่นั่งกัน เจ้าหน้าที่จัดที่นั่งให้ เพราะเราเลือกกันไม่ถูก เค้าเลือกให้ ที่นั่งที่45 ,47 ,48 เราก่าออฟนั่ง47,48 เล็กนั่ง45 เค้าจัดให้ดีเหมือนกันนะเนี่ย นั่งเรียงกันเลย เเละที่สำคัญ เฮ้ ขบวนของพวกเราคนไม่เยอะเลยอะ วู้ๆๆ สรุปไปไปมามา พวกเราก็นั่งกันคนละล็อคเลย สบายๆมากๆ 555 สองเบาะต่อคน นอนกันเต็มที่เลยหละ โชคดีมากๆ ขณะที่อยู่บนรถไฟ ก็คุย ก่า กิน เเละก็นอน  มื้อเเรกเลยเค้าก็บริการข้าวเเล้น ข้าวกล่องเเบบดีด้วยอะ ชอบอะ กล่องน่ารักดี เเล้นก็มีเรือยๆ น้ำ ขนม ของว่าง ประมาณนั้น เอ้อ สุดท้ายรู้เเล้นว่ารถไฟเเบบสปินเตอร์เป็นอย่างนี้นี่เองสิน่า เป็นเบาะนั่งกำมะหยี่เเบบรถทัวร์จะได้นึกง่ายๆ เบาะเอนนอนได้ มีผ้าห่มให้ มีอาหาร ขนม น้ำ เเล้นเเอร์ก็เย็นมากด้วย ฮ่าฮ่าฮ่า เเล้นสุดท้ายพอดึกหน่อยราวๆสี่ทุ่มก็เริ่มจะหันหลังให้กันเเละ คือนอน นั่นเอง เราตื่นตั้งหลายรอบเเหนะ ฮ่าฮ่าฮ่า เเต่สุดท้ายก็หลับไปจนถึงเชียงใหม่เเล้ว

 4 3 2551

ตื่นกันมาอีกทีก็เช้าสะเเล้ว รู้สึกเหมือนเร็วมากเลย เเละที่สำคัญเช้าเเล้วก็เเปรว่าพวกเราจะไปถึงปลายทาง สถานีเชียงใหม่กันเเล้น วู้ๆๆๆ เราตื่นจากนอนมาราวๆ 6โมงเช้ากว่าๆได้ ออฟ ก่าเล็ก ตื่นกันก่อนเราเเล้นอะ เราตื่นเนื่องจากเเม่นาง สองคนนี้ปลุก ถ้าไม่ปลุกอาจหลับย้อนกลับไปกรุงเทพไม่งั้นเจ้าหน้าที่ก็มาดุว่าทำไมไม่ลง 5555 เเล้นเราไปล้างหน้าเเปรงฟัน ไปกันทีละคน เเล้นก็จัดการเเต่งหน้าทาเเป้ง เสริมสวยกันยกใหญ่เนื่องจากว่า กลังถ่ายรูปเเล้นจะไม่สวยหนะ เชื่อดิ หลายคนคิดเเบบนี้ ฮ่าฮ่าฮ่า

ราวๆ 7.40 น. ปลายทางสถานีเชียงใหม่ วู้ พวกเรามาถึงเเล้นเย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เชียงใหม่ ถึงเชียงใหม่เเล้น ตื่นเต้นมากๆๆๆ พอลงจากรถไฟปุ๊บ ก็เเบกกระเป๋าของเเต่ละคนกันไป ตื่นเต้นเลย ถึงเชียงใหม่เเล้น เชียงใหม่ อากาศดี เย็นๆ ไม่หนาวมาว ณ ขณะนั้น เดินกันไปไม่ลืมที่จะถ่ายรูปอยู่เเล้ว เย้ ก่อนออกไปจากสถานีรถไฟ พวกเราก็เขียนโปสการ์ดส่งไปบ้านเเละส่งให้เพื่อนกันด้วยนั่นคือตาเเป้ง นั่นเอง ส่วนเพื่อนๆคนอื่นไม่มีที่อยู่ที่สะดวกส่งเสียดายเหมือนกัน โชคดีกันมากๆที่มีร้านขายโปสการ์ดที่สถานีรถไฟพอดีเลย หลังจากนั้น ก็เริ่มมาคิดกันต่อว่า พวกเราจะไปไหนกันต่อไปทำอะไรที่ไหนอย่างไร เดินออกไปถึงหน้าสถานีรถไฟก็จะมีรถสองเเถวรถตุ๊กๆจอดอยู่เพื่อบริการ มียายเปลี่ยนเป็นเรียกป้าดีกว่า ป้ารถตุ๊กๆ เค้าก็มาเสนอ ให้ราคาเหมา600 บ. ไปเที่ยวที่ใกล้ๆนี้ พวกที่ขายเครื่องหนัง ที่ทำเครื่องเงิน ที่ทำร่ม น้ำพุร้อน ประมาณนั้น เเล้นก็พาไปให้เช่าที่พัก ตอนนั้น เราก็ยังตัดสินใจกัน ว่าเอาไงดี ยังไม่รู้ว่าจะทำไรต่อ เนื่องจากพึ่งมาเเละยังตื่นเต้นกันอยู่ พวกเราก็เลยตกลงกัน ต่อป้าตุ๊กๆเหลือ550บ. ป้าให้

เเล้นพวกเราก็นั่งตุ๊กๆออกจากสถานีรถไฟราวๆ8โมงครึ่ง โดยมีลุง(ตา)เป็นคนขับเเล้นก็ป้านั่งไปด้วยเเล้วก็พวกเราสามคน อืม เปลี่ยนเป็นเรียกตากับยายดีกว่า ตากับยาย พาไปให้จองที่พักไว้ ซึ่งอยู่เขต อ.เมือง เชียงใหม่ นั่นเอง ไม่ไกลจากสถานีรถไฟเชียงใหม่มากนัก ที่พักเป็นเเบบธรรมดา คืนละ350 บ./ห้อง มีชือว่า โรงเเรม มณฑา พวกเราจองห้องพักกันไว้ 1ห้อง พวกเราพักกันที่ชั้น2ห้องริม พอได้ห้องเเล้วพวกเราก็เอากระเป๋าขึ้นไปเก็บไว้บนห้องเเละเตรียมของที่ต้องใช้ขณะออกไปเที่ยวข้างนอกไปด้วย  อืม ได้เห็นห้องพักเเล้น เตียงสองเตียงห้องน้ำในตัว ห้องดูเก่าๆๆหน่อยๆๆ เเบบว่ามารู้อีกทีนึงพี่ออฟ โคตรกลัวเลย คือเราไม่รู้ ออฟก่าเล็กบอกว่า ที่พักเหมือนโรงเเรม ไม่งั้นก็เป็นโรงเเรมม่าน...มาก่อน หรือไม่ก็ยังเป็นอยู่ เเต่มาเปิดเป็นที่พักด้วย ตัวเราก็ไม่รู้ยังเฉยๆๆอยู่ตอนนั้น

เเล้วพวกเราก็ออกไปเที่ยวกัน โดยรถตุ๊กๆของตากับยาย ลมเย็นดีๆๆ เราชอบนั่งตุ๊กๆๆมากเลยอะ สบาย ลมเย็น เเต่ไม่อยากนั่งก็ไอ้ตอนรถจะเลี้ยวเนี่ยเเหละ น่ากลัวฉิปหายเลย จะล้มเอา เเต่ตาขับไม่น่ากลัว ปลอดภัย สบายใจดี ตาขับตุ๊กๆๆไปเรื่อยๆ ไปทางไหนเราไม่รู้เส้นทาง เเต่ว่าไปตามถนนเเน่นอนเลย 5555 ที่เเรกที่ตากับยายเเวะให้พวกเราก็คือ เป็นที่ขายเครื่องหนัง พวกกระเป๋า มีข้อมือ กำไร ประมาณนั้น ที่สำคัญเเพงมาก เเละที่สำคัญพวกเราไม่รู้จะซื้อไปทำอะไร พวกเราเข้าไปดูที่นี่เเป๊บเดียวเเล้วพวกเราก็ให้ตากับยายพาไปที่อื่นต่อ ซึ่งตามโปรเเกรมของตากับยายเขา อีกที่ไปเเวะที่โรงผลิตทำเครื่องเงิน ทางที่ทำเครื่องเงินเขาพาไปดูเเละสาธิตเกี่ยวกับการผลิตเครื่องเงินให้พวกเราฟังเป็นขั้นตอนจากที่ผลิต จนไปถึงห้องที่ขายเกี่ยวกับเครื่องเงิน เช่น เเหวน กำไร สร้อยคอ ต่างหูเงิน ซึ่งจัดไว้อย่างสวยงามเเละน่าซื้อมาก 555 เราก็เลยได้สร้อยเงินมาด้วย ซื้อที่โรงงานผลิตเลย จึงได้เปอร์เซ็นลดราคาอีกด้วยเเถมได้ใบรับประกันด้วย สร้อยของเราจึงมีราคาที่230 บ. พอพวกเราดูเครื่องเงินเสร็จเเล้นก็ออกไปหาตากับยายเพื่อไปที่อื่นต่อ อีกที่ที่ไปเเวะก็คือร้านต้นสาที่ขาย เสื้อผ้า พวกชุดเเม้ว กระโปรง เเม้ว เหนือๆ เราอยากได้เสื้อเเม้วมากๆๆเลยอะ เเต่จะบอกว่าตรงนี้เเพงมากอาจเพราะว่าเป็นร้านสำหรับขายเลยเเพงไม่เหมือนกับที่ขายที่ถนนคนเดินอะไรเเบบนั้น เราคิดเอาเองนะ 5555 เราก็เลยไปที่ต่อไปกันต่อ ตากับยายพาพวกเราไปที่โรงงานทำร่ม ที่ผลิตพวกร่ม ซึ่งด้านหน้าจะขายของหลายอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นร่ม โคมไฟ สมุด เเละอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งส่วนมากเป็นกระดาษเหมือนกระดาษสา ใช่หรือป่าวไม่เเน่ใจมากเท่าไหร่ เเต่กระดาษเดียวกับที่ใช้ทำร่มเลย ส่วนไปข้างหลัง จะเป็นส่วนที่ผลิตร่มกัน เราเดินไปเห็นเค้ากำลังทำร่มกันอยู่เลย ซึ่งตรงที่ขายร่มเเละอื่นๆ จะมองเห็นส่วนที่ผลิตร่มเลยจะมองเห็น อืม์ที่ทำร่มที่พวกเราไปกัน มีชื่อว่า บ.ศูนย์ทำร่ม(1978)จำกัด พึ่งรู้ตอนหลังหลังจากที่กลับมาเเล้ว555ซูมรูปถ่ายดู อ้าว มีชื่อที่ทำร่มนี่นา พอพวกเดินดูกันเสร็จเเล้นพวกเราก็เลยออกมาด้านหน้าบ.ศูนย์ทำร่มกัน ด้านหน้าบ.ศูนย์ทำร่ม มีถนนอยู่ ซึ่งปกติคนจะเยอะ ตากับยายบอก สองข้างทางจะมีร้านขายของอยู่ตลอดทาง สรุปว่า ณ ที่พวกเราอยู่กันนั้น เค้าเรียกว่า บ่อสร้าง/บ้านบ่อสร้าง ซึ่งก็พอคุ้นหูกันอยู่บ้าง อ้าว ตรงนี้นี่เองบ้านบ่อสร้าง ฮ่าฮ่าฮ่า ช่วงนี้คนน้อย เเดดร้อนด้วย เเต่ เย้ๆๆๆ สุดท้าย เราก็ได้เสื้อที่จะใส่กับกระโปรงเเม้วมา เเล้ว เสื้อคอกลม สีดำ เเบบติดกระดุม เราซื้อเเบบไม่ปักเลื่อมเยอะๆมา 150-160 บ.ประมาณนั้น เราเรียกมันว่า เสื้อเเม้ว เราคิดว่าใช่อะ เสื้อเเม้ว พวกเราเดินกันอยู่ที่บ้านบ่อสร้างกันดูของกันไปเเล้นก็ไปหาตากับยายเพื่อไปที่อื่นกันต่อ

เเล้วตากับยายก็พาพวกเราไปที่ น้ำพุร้อน สันกำเเพง วู้ๆๆๆ ลมเย็นมากๆๆ นั่งรถตุ๊กๆไปน้ำพุร้อนนานหน่อย พอไปถึงเเล้วก็ดีใจมากๆๆๆ ตอนั้นมองดูนาฬิกายังไม่เที่ยงวันเลยเเค่ใกล้ๆจะเที่ยง เเวะถ่ายรูปเหมือนเคย มีฉากนึง ไปถ่ายรูปที่ป้าย น้ำพุร้อนสันกำเเพงกัน จึงวานให้ยายถ่ายให้เพื่อจะได้มีรูปพวกเราสามคน พอมาดูรูปเท่านั้น รูป เอียงกระเทเล่เลย 555 ดังนั้นรูปที่ป้ายน้ำพุร้อนที่รูปเอียงมีที่มาที่ไปนะจ๊ะ 555 ก่อนจะเข้าไปที่น้ำพุร้อนพวกเราจึงเเวะร้านขายของกิน พวกส้มตำ ไก่ย่าง เข้าไปกินด้านในกัน ซื้อไข่ในชลอมเข้าไปด้วย ไปต้มกับน้ำพุร้อน มีไก่ย่างกับข้าวเหนียวให้ตากับยายด้วย ก่อนเข้าไปด้านในน้ำพุร้อนสันกำเเพง พวกเราต้องเดินเข้าไปนิดนึงเเละจ่ายค่าเข้ากันคนละ15บ. พวกเราเดินเข้าไปเรื่อยๆ ยังไม่รู้ว่าจะไปตรงไหน มีหลายจุดพวกเราเดินกันไปตรงที่เเช่น้ำพุร้อนมีเเบบห้องเดี่ยวห้องรวม เเล้นพวกเราก็เดินกันไปอีกเเถบ เฮ้ ...พอเดินมาตรงนี้ เริ่มมีคน นั่งอยู่กัน มีร้านขายของด้วย เเล้วก็ เอ้ย เหมือนเราเคยมาครั้งหนึ่งเเล้วเลย คุ้นกับลำธารน้ำร้อนตรงนี้มากๆ ใช่ๆๆเราเคยมากันเเล้ว เมื่อก่อนตอนเด็กๆ มากับเเม่ น้าเปอะ ยายจ๊าก ยายเรือง เฉอะ ออฟก็มา นัฐ นนท์ก็มา มีอีกตั้งหลายคนเเต่นานมากเเล้วเรายังเด็กอยู่เลย มาเที่ยวเหนือไปเที่ยวตั้งหลายที่เลยอะ 555 ช่วงเทศกาลวันสงกรานต์พอดี จำได้ว่าคนเชียงใหม่เค้าเล่นน้ำวันสงกรานต์กัน ยังเจอดาราเล่นเลย พวกเราสามคนก็เดินกันไปเรื่อยๆ ร่มรื่นดีจัง นั่น น้ำพุร้อน มีบ่อน้ำพุร้อนที่ใช้ต้มไข่ เเละด้านข้างสองฝั่งเป็นน้ำพุร้อน ที่พุ่งขึ้นมาอะ พวกเราเดินไปดูกัน เอาไข่ลงไปต้มด้วย โดยเเขวนไว้กับเหล็กเเละต้องจับเวลาด้วยว่าเราต้องการไข่เเบบไหน ซึ่งจะมีป้ายเวลาค่อยบอกอยู่ พอเดินเข้าไปมันจะมีระอองน้ำจากน้ำพุร้อนที่พุ่งขึ้นมากระเด็นมาเป็นฝอยๆตามทิศทางของลม เเต่น้ำกลับเย็นมาก เย็นเเบบว่า รู้สึกสดชื่น เมื่อนำไข่ไปต้ม เราก็ไปหาที่นั่งกันเพื่อที่จะกินส้มตำไก่ย่างเเละที่สำคัญไข่ต้มของพวกเรา 5555 นั่งกินกันจนอิ่มเลย เเละพวกเราก็ไปหาที่นั่งใหม่เหมาะๆๆ เพื่อจะได้เอาเท้าเเช่น้ำร้อน เราย้ายไปนั่งกันข้างๆกับลำธารเเล้นก็เอาเท้าเเช่น้ำร้อนลงไป โคตรร้อนเลย คนอื่นเขาเเช่ไปได้ยังไงเนี่ย ร้อนงะ เเต่พอเเช่ลงไปสักพัก น้ำกับไม่รู้สึกร้อนเลย รู้สึกสบาย เหมือนขาเบา สบายๆๆขามากๆๆๆ คนอื่นๆๆเค้าก็นั่งเเช่กันไป พวกเราก็นั่งเเช่กันไป ตลอดริมลำธารน้ำร้อน พอเวลาผ่านไปเรื่อยๆ คนก็เยอะขึ้นเรื่อยๆ เยอะเเยะเลย คนเยอะๆๆ รู้สึกดี มีกลุ่มนักเรียน นักท่องเที่ยว มาเที่ยวกันที่นี่ เเล้นที่สำคัญพวกเราก็ไม่วายที่จะกินกันอีกรอบ ข้างๆมีร้านส้มตำ ร้านขายน้ำ ซื้อส้มตำมานั่งกินริมธาร เเล้นก็เอาไข่ไปต้มน้ำพุร้อนมากินอีก โคตรอร่อยเลย นั่งกันอยู่ที่นี่ ดีที่สุดเเล้น สามคนชอบที่นี่กัน เนื่องจากที่ที่ผ่านมาที่ที่ตากับยายพาไป ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราปรารถนาเนื่องจากเป็นที่ที่ขายของ เเต่ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว เเต่ละคนก็เลยรู้สึกเบื่อๆเหมือนกันก่อนหน้านี้ (เเต่ว่าตากับยายดีมากๆเลยอะ เราจึงคิดซะว่า คงเป็นโปรเเกรมที่สามารถไปได้ในระยะเดียวกัน เเละเป็นโปรเเกรมที่กำหนดมาเเล้ว ไปที่นี่เเละก็ไปที่นี่ต่อโดยเป็นทางเเถบๆเดียวกันไม่ย้อนไปย้อนมา 555 เเต่ว่าตากับยาย ดี๊ดี ไม่งั้นก็คิดเสียว่าที่ที่ไปมาก่อนจะมาน้ำพุร้อนเป็นผลพลอยได้เเละทางผ่านจึงได้เเวะเที่ยวไปด้วยที่จริงเเล้วเราจะมาน้ำพุร้อนกันต่างหากเเล้วก็จะรู้สึกดีเพราะว่ามาเที่ยวน้ำพุร้อนได้เเวะไปอื่นๆมาด้วย555 )สำหรับเราไม่เบื่อเท่าไหร่ เเต่เสียดายที่ไม่ได้ไปเที่ยวที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพราะเชียงใหม่มีที่ท่องเที่ยวสวยๆเยอะ 5555 ไม่งั้นพวกเราคงสดชื่นกันเป็นเเถวเลยถ้าพวกเราได้ไปเที่ยวกัน เหมือนกับที่อยู่ที่น้ำพุร้อน พวกเราเลยเพลินกันอยู่ที่น้ำพุร้อนกันนานที่สุดหลายชั่วโมง ดูเวลากันอีกทีก็บ่ายสี่โมงเย็นเเล้ว พวกเราจึงออกจากน้ำพุร้อนกัน เเล้วก็เเวะถ่ายรูปด้วย เราอยากไปดอยสุเทพมากๆๆเลยอะ อยากๆๆไปๆๆ บรรยากาศต้องดีเเน่ๆๆเลย วู้ วิวคงสวยน่าดู พอพวกเราถ่ายรูปกันเสร็จเเล้น พวกเราก็ออกจากน้ำพุร้อนไปหาตากับยายกันซึ่งจอดรถตุ๊กๆรออยู่ด้านหน้า ตากับยายนึกว่าหายไปไหนกันเเล้น 555 นานมากๆๆ พอคุยๆๆกับตากับยายสรุปว่าไปดอยสุเทพไม่ทัน เเง  เสียดายมากเลยอะ ซึ่งถ้าไปทัน ตากับยายก็จะพาไปเพราะก่อนหน้านี้บอกตากับยายไว้เหมือนกัน555 พวกเราจึงคุยกับตากับยายกันว่าจะไปไหนอย่างไรกันดี ที่จริงหมดโปรเเกรมไปเเล้วตากับยายก็ดีเนอะจะพาไปให้พวกเราด้วย มีหลายที่เเต่ก็เย็นเเล้วอาจจะไม่ทันด้วย ทุกคนจึงตัดสินใจกลับไปที่ที่พักกัน ก่อนกลับไปที่พัก พวกเราก็เเวะไปที่ออฟฟิศรถตู้ aya กัน อยู่ข้างๆ กับสถานีรถไฟเชียงใหม่ พวกเราไปถามพร้อมทั้งจองรถตู้สำหรับวันพรุ่งนี้ เพื่อไป ปายกัน เย้ๆๆๆ ต้องจองไว้ก่อนเเละจ่ายเงินไว้ ค่ารถตู้สำหรับขาไป เชียงใหม่-ปาย คนละ180 บ. เวลารถไปปายวันพรุ่งนี้ เที่ยว 11.00 น. เรียบร้อยเเล้น หลังจากนั้นพวกเราจึงกลับไปที่พักกัน

พวกเรากลับไปที่พักกันประมาณ6โมงเย็นกว่าๆหลังจากที่จองรถตู้ไปปายที่aya เรียบร้อยเเล้น เมื่อไปถึงที่พักพวกเราก็จ่ายค่ารถตาสำหรับวันนี้ 550 บ. เเล้นพรุ่งนี้ก็นัดให้ตามารับที่ที่พักกันด้วยเพื่อไปขึ้นรถตู้ พวกเราเข้าที่พักกัน ขึ้นไปบนห้อง เริ่มมืดเเล้ว อืม เชื่อเเล้วอะ บรรยากาศ วังเวง เเต่เราเองก็ยังไม่รู้สึกกลัวเท่าไหร่เหมือนพี่ออฟ อาจเพราะว่าเราไม่รู้มั้งว่าที่นี่ เป็นโรงเเรมเก่า พอรู้เเล้วก็ยังนึกไม่ออกอะไรประมาณนั้น เเต่พอเข้าห้องมาก็เริ่มมีความรู้สึกบ้าง กลัวๆ เสียวงะ เเละที่สำคัญมีตอนนึงนกร้อง เราดันทัก เเล้วเล็กก่าพี่ออฟคือไม่ให้พูดถึง เเบบว่า เราก็นึกๆๆเอาเองไปเรื่อยเปือย ตอนนั้น คือใจเสียเลย กลัวงะ กลัวเเล้วอะ กลัวหมดเลย กะกูตายเเน่เลยอะ เเง ไม่อยากอยู่ที่ห้องเเล้วอะ รู้สึกไงไม่รู้ เเงๆๆๆ เเล้วประมาณราวๆๆ ทุ่มครึ่งได้ พวกเราสามคนเลยออกจากที่พักกัน เดินออกจากที่พักนิดนึงก็ไปถึงถนน เดินเล่นเดินเที่ยวกัน เจอวัดเจอศาลก็ยกมือไหว้กันไปตลอด ไหว้พระขอพร  ด้านข้างถนนมีของขาย ร้านขายของที่ระลึกเเละอื่นๆๆ เดินกันไปก็มีของขายเต็มไปหมดเลย คนมาเดินเที่ยวกันเยอะเเยะเลย ของขายเยอะมาก มีหลายจุดหลายส่วนให้เดิน เห็นมีป้ายบอกว่า เชียงใหม่ไนท์บาซาร์  ตลาดอนุสร คงมีชื่ออีกตามจุดต่างๆ ของขายเยอะจริงๆเลยอะ คนก็เยอะ พวกเราเดินดูของฝากไปให้เพือนๆๆด้วยนะ ดูกัน เลือกกันไม่ถูกว่าจะซื้ออะไรดี เราได้กระเป๋าใบเล็กๆมาด้วยตั้งหลายใบ เเล้นก็ได้โปสการ์ดมาด้วย เห็นเเล้วก็อดไม่ได้ เจอตรงไหนก็เอาน่าซื้อซะหน่อย สวยๆๆๆ พวกเราเดินเที่ยวกันไปเรื่อย  เเต่เเบบว่าของเยอะโดนใจโจ๋จริงๆเล้ย เดินเพลินจัด จนร้านขายของหนีเก็บก่อนเราซะอีก เรายังอยากเดินกันอยู่เลย ยังไม่อยากเข้าไปที่พักเลย กลัวอะ เเต่ก็ต้องกลับเข้าที่พักอยู่ดี ตอนนั้นก็ราวๆ เที่ยงคืนครึ่งได้เเล้ว ก็กลับเข้าที่พักกันไป กลัวกันพอควร จริงๆนะ ไม่เป็นอันทำอะไร ห้องน้ำก็ไม่กล้าเข้าไป  มีเตียงสองเตียง พวกเราอยู่เตียงเดียวกันสามคน เปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้เป็นเพื่อน หญิงเล็กก่าหญิงออฟหลับไปก่อนเเล้วก็ตามมาด้วยเรา 555 อย่างหลอนเลย

5 3 2551

เช้าของวันใหม่เเล้ว พวกเราตื่นสายกันเหมือนกัน เเล้วพวกเราก็อาบน้ำเเต่งตัว เก็บข้าวของ เเล้วก็check out ออกกัน ประมาณ10โมงเช้ากว่าได้เเล้ว ที่สำคัญ ตานำตุ๊กๆมารอรับพวกเราเเล้ว เหมือนตาจะมารอพวกเราได้ระยะนึงเเล้วก่อนที่พวกเราจะลงมา พวกเรานั่งรถตุ๊กๆ ไปที่รถตู้ aya ตรงสถานีรถไฟเชียงใหม่ พวกเราจ่ายค่ารถตาไป100 บ.ที่จริงตกลงไม่ถึง เเต่ว่าบอกกันไว้ว่าจะให้ติ๊บตา ตากับยาย ดี๊ดี พวกเราเลยเต็มใจที่จะให้กันทุกคน พวกเราเข้าไปนั่งรอรถตู้ที่ aya กัน รถยังไม่มายังไม่ออก นั่งรอกันไป ยังไม่ถึงเวลา เอ้ กล้องเรารูปจะเต็มเเล้วอะ ถามทางaya เค้าว่ารถตู้ยังไม่ออก อีกสักพัก เราก็เลยว่าจะเอารูปไปลง เราก็เลยเดินไปเรื่อยๆหาร้านล้างรูป พร้อมทั้งถามคนเเถวนั้นไปด้วย เดินไปข้างหน้าอีกไม่ไกลก็ถึงร้านล้างรูปเเล้ว อีกใจก็เร่งรีบ กลัวไม่ทันรถตู้อ้า ฉิปหาย เราก็เลยรีบเดินกลับปนกับวิ่งกลับมาที่aya ตอนนั้นก็ราวๆ11โมงเช้ากว่าๆเเล้น รถยังไม่มาเลยอ้า โธ่...เอ้ยยยย 555+ สักพักนึงเราก็เลยตัดสินใจไปร้านรูปอีกรอบ ส่วนเล็กก่าพี่ออฟ ไปกินข้าว เราออกไปร้านล้างรูป สองเเถวกำลังมา เรานั่งสองเเถวไป เร็วขึ้นมาหน่อย รู้สึกดี ถึงเเล้ว ร้านล้างรูปเราก็เลยรีบลงจากรถเเล้นก็เอารูปเข้าไปไลน์ลงเเผ่น โหดมากๆๆ โหดมากจริงๆ ร้านมันเอา100 นึง สุดๆๆ เเต่เราก็ต้องยอมไลน์ไป เฮ้อ โล่งอกไปอีกเปราะ ไม่ต้องกังวลกลัวรูปเต็มเเล้น เพราะวันต่อไปยังต้องถ่ายรูปอีกเยอะเเยะเลย อิอิ ดีใจงะ ขากลับเราก็นั่งสองเเถวกลับไป เดินไปที่aya รถตู้มาจอดเเล้นพอดีเลย คนขับกำลังจัดกระเป๋ามีคนกำลังขึ้นบ้างเเล้น ฝรั่งทั้งนั้นเลย ออฟก่าเล็กอยู่ในร้านข้าว 555 ไม่รู้เรื่องเล้ยว่ารถมา 555 เพราะก่อนหน้านั้นหญิงออฟโทรมาบอกเราว่า มาเร็ว รถตู้จะออกเเล้ว ไปถึง ไหนอะออฟก่าเล็ก 555 พอเราวิ่งไปบอกรถตู้มาเเล้ว เล็กก่าออฟก็ลุกพรวด 555 + เเล้นพวกเราก็เอากระเป๋ามาเเล้นก็ขึ้นรถตู้กัน เค้าเลือกที่นั่งกันไปเเล้วพวกเราจึงต้องนั่งที่นั่งที่เหลือ 3 ที่ ออฟนั่งหน้าตรงคนขับ เล็กนั่งเบาะเเถวหน้าริมประตู เเล้นก็เรานั่งเบาะเเถวสองริมประตู เรียงกันเลย บนรถตู้มีคนไทย4 คน ก็คือคนขับ พี่ออฟ เล็ก เเล้นก็เรา ที่เหลือฝรั่งหมดเลย ฮ่าฮ่าฮ่า รถตู้ออกจาก aya เชียงใหม่ ใกล้จะเที่ยงเเล้ว มุ่งหน้าสู่ อ.ปาย

มุ่งหน้า สู่ อ.ปาย จ.เเม่ฮ่องสอน โคตรตื่นเต้นเลย อิอิ ลุ้นสุดๆ พออยู่บนรถเเล้วก็กลัวเมารถกันมากๆ เพราะรู้มาว่า ทางโค้งสุดๆๆ โค้งเเค่ไหน มิอาจบรรยาย พรรณณา 5555 กินยาเเก้เมารถกันไว้ ออกจากaya เเป๊บเดียวก็รู้สึกว่าถนน หนทางก็เริ่มคดเเล้ว ไม่เหมือนถนนที่วิ่งเป็นทางตรงไป เหมือนดั่งในกรุงเทพ เหมือนพอเริ่มสตาร์ทก็ขึ้นๆๆลงๆๆ เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา บ้างเเล้ว เเต่ที่สำคัญเราดูถนนได้ไม่เท่าไหร่ เพราะคำว่า หลับ ครอบงำอยู่ หลับ หลับเลย หลับกันเป็นเเถวเลย 5555 พอรถตู้ขับไปไม่รู้ถึงช่วงไหนรถตู้ก็จอดพักระหว่างทางพักหนึ่ง เพื่อเป็นการพักยก ทุกคนก็ตื่นเเล้วก็ลงจากรถตู้ รวมทั้งพวกเรา ไปนั่งพักที่ร้านเหมือนเป็นร้านขายของกิน เมื่อได้เวลารถตู้ก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ อ.ปายต่อ ได้ดูทางอีกนิดเดียวเหมือนกัน ทางเริ่มโค้งมากมีภูเขาตลอดทางที่สำคัญช่วงที่เป็นวิวออกไปโล่งๆ บรรยากาศดีมากๆ มองออกไปเเล้วสดชื่นเลย รู้สึกว่ามันสวยอะ อิอิ จริงๆนา เเล้วไม่นานเราไม่รู้เรื่องอะไรเเล้ว เพราะว่า หลับ ฮ่าฮ่าฮ่า

พอตื่นเเละรู้สึกตัวอีกทีก็ถึง อ.ปาย เเล้ว นาฬิกาบอกเวลา ราวๆๆบ่ายสองสี่สิบห้า เย้ๆรู้สึกตื่นเต้นยังไงบอกไม่ถูก เเต่ว่าจริงๆเเล้วขณะนั้นก็กำลัง อึนกันอยู่ด้วย ว่าที่นี่ที่ไหน ไม่รู้ใครเป็นเหมือนกันบ้างเล่า คือมัน งง เเล้วก็รู้สึกว่าไม่มีเเรง เเล้ว อาการนี้เป็นทั้งสามคนเลยด้วยนา 555 ไปนั่งมึนกันอยู่ที่ aya ปาย สาเหตุสำคัญเพราะว่ายาเเก้เมารถที่กินกันเข้าไปเพื่อดักเมารถเเละมึนยังออกฤทธิ์อยู่ โอ้โห อยากนั่งอยู่ตรงนี้นานๆๆ เเล้วพวกเราก็นั่งกันอยู่ตรงนี้นานสักพัก 555+ เพราะทุกคนเริ่มได้ที่เเล้ว ก็เริ่มไปสอบถามเเล้วก็เริ่มตื่นเต้นอีกเเล้ว ดีใจยังไงบอกไม่ถูก พวกเราไปถามเเละเช่ามอเตอร์ไซด์กันที่ayaปายกันเลย ค่าเช่าวันละ100 ของเรา1คันของเรา200บ. เเล้นก็อีก1คัน ของพี่ออฟก่าเล็กจำได้ว่าเกือบๆ300หรือป่าวไม่เเน่ใจเพราะว่าทำประกันรถหายด้วย เพื่อความปลอดภัย ตอนนั้นพวกเราก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องไปทำอะไรที่ไหนอย่างไร พอได้มอเตอร์ไซด์เเล้ว พวกเราก็เลยนึกๆกันว่าขี่มอไซด์ไปหาที่พักกันดีกว่าๆๆๆพร้อมกับเเบกกระเป๋ากันไปด้วย พวกเราก็ขี่มอไซด์กันไปซึ่งเส้นทางไหนไม่เเน่ใจขับกันไปเรื่อยๆ มีเเผนที่กันด้วยจากaya ขับไปทางโน้นทางนี้ ไปตามถนนเรื่อยๆๆ เเล้วเส้นทางหนึ่งนี้ที่ไปก็เป็นเส้นทางที่ไปสุดที่น้ำตก หมอเเปงด้วย วู้ เห็นที่พักผ่านมาด้วย บางที่ก็น่าสนใจเเต่คงเเพงหรือป่าวไม่รู้ก็มองๆดูกันไปเรื่อยๆ เเละก็มีป้ายที่บอกที่เที่ยวอื่นๆเรื่อยๆตามเส้นทาง พวกเราเเวะที่น้ำตกหมอเเปงสักพักหนึ่ง เเต่เสียดายที่หน้านี้น้ำตกไม่ค่อยมีน้ำ เลยไม่ดูสวย เเล้วพวกเราก็ออกจากน้ำตกเเล้วก็ขับมอไซด์กลับไปที่อื่นๆๆต่อ มีเเผนที่ก็มิอาจช่วยอะไรได้มาก 55555 คือขับกันไปกันมา วนไปวนมา เอ้า เอ้า เอ้า 5555 เอ๊ะ ตรงนี้ มันตรงนี้ไปออกตรงนี้ อ้าว เเล้วมาอยู่ตรงนี้ เเล้วไปตรงนี้อย่างไรเล่าเอ้อ 5555+ เเผนที่พี่ออฟก่าเล็กต้องช่วยๆกันดู ส่วนเราเเทบไม่ได้ดูเพราะดูไม่เป็นเเละไม่รู้เรื่อง อิอิ ณ ตอนนั้น พวกเราเห็น เเผนที่เขียนว่า pai canyon อยู่ที่เเผนที่ก็ไม่รู้หรอกว่ามันเป็นอะไร กะว่าอาจจะเป็นที่พักด้วยก็ได้ พวกเราจึงพยามหาเส้นทางไป ปายเเคนยอน หรือ ปายกองเเลน นั่นเอง ขับรถวนกันหลายที่มากกว่าจะหาทางไปได้ก็ลองๆซุ่มๆเดาเส้นทางกันไปเองด้วย เเล้นก็อยากไปร้าน coffee in love ด้วย เเต่ไม่รู้ว่าอยูตรงไหนกัน สุดท้ายพวกเราก็เหมือนจะไปทางถูก เย้ๆๆๆ เหมือนจะเห็นป้ายว่าข้างหน้าร้าน coffee in love เเล้วก็ใช่จริงๆด้วย เเบบว่าตอนนั้น ดีใจมากๆๆๆ เเละพวกเราก็เชื่อเเล้วว่าร้าน coffee in love ที่เคยได้ยินเเละรู้เห็นมาจากการศึกษาข้อมูลเพื่อมาเที่ยวปาย ร้านนี้ที่คนก็นิยมมาเที่ยวกันมากๆ โอ โห วิวสวยจริงๆๆอะ เเบบว่า ตื่นเต้นมากๆๆเลยอะ วิว ถูกใจมากมาย พวกเราเเวะร้าน coffee in love กันพักใหญ่ๆเลย ลองลิ้มรสโกโก้ด้วย เราได้ซื้อโปสการ์ดของร้านมาด้วย เเละที่สำคัญก็ถ่ายรูปกันใหญ่ 5555 ขาดมิได้ สำคัญมากๆๆ พอพวกเราได้ที่กันเเล้วสำหรับร้าน coffee in love พวกเราจึงขี่มอเตอร์เพื่อต้องไปที่อื่นต่อ ขับไปตามเส้นทางที่ถนนคดเคี้ยว เเละเเล้วพวกเราก็เห็นป้าย pai canyon หรือ อีกชื่อว่าปายกองเเลน นั่นเอง เจอเเล้วๆๆๆ สรุปว่าที่นี่คือจุดชมพระอาทิตย์ตกนั่นเอง  เเต่ตอนนั้นพวกเราก็มาไม่ทันดูพระอาทิตย์ตกเเล้วด้วย พวกเราจึงไม่ได้ขึ้นไปข้างบนกัน ไม่รู้ว่าข้างบนจะเป็นไงบ้าง ไม่รู้ว่าจะสวยหรือป่าว เเต่ทางข้างล่าง ดูธรรมดามากๆๆเลย เป็นหินดินลูกรัง เเต่ว่าพวกเราจะขึ้นไปสัมผัสหรือป่าว คงต้องลุ้นกันต่อไป ลุ้นมากๆๆด้วย อยากขึ้นไป

พวกเราจึงขับมอเตอร์ไซด์ ย้อนกลับไปทางเดิม เเต่เลี้ยวเขาซอยเเล้วเดี๋ยวก็จะไปตัดเขาถนนเส้นเดิมเหมือนกัน พวกเรามองหาที่พักกันไปด้วย

6 3 2551

เที่ยวปาย ค้างที่ปาย

 

7 3 2551

ออกจากปาย นั่งรถตู้ไปเเม่ฮ่องสอน รอตอนเย็น ไปเที่ยวก่าบ้านปาล์ม ค้างที่ปางอุ๋ง

 

8 3 2551

ออกจากปางอุ๋ง ไปเที่ยว บ้านรักไทย ถ้ำลอด ถ้ำปลา พระธาตุดอยกองมู  ค้างที่บ้านปาล์ม

 

9 3 2551

อยู่ที่บ้านปาล์ม เที่ยวเเถวบ้านปาล์ม ค้างที่บ้านปาล์ม

 

10 3 2551

ตอนเย็น เดินทางกลับกรุงเทพกัน โดย รถบัส สมบัติทัวร์คนละ746บ. เเม่ฮ่องสอน-กรุงเทพ

ไปจองกันมะวาน เค้าคิดผิดด้วยงะ เค้าคิดไปเเค่3ที่นั่งเอง

 

11 3 2551

ถึงหมอชิต7โมงเช้าก่าๆๆๆ กลับมาถึงหอ ก็นอน โลดๆๆๆ 555+

 

ตอนบ่ายๆๆ ก็ไปมหาลัยกันมาก่าเพื่อนๆๆ เล็ก อร ปาล์ม เเล้นก็เรา พี่ออฟก็เข้าไปด้วย 555+

จะไปทำเรื่องลงทะเบียนซัมเมอร์กัน เเต่ว่าอ.จารย์ยังไม่ได้เซ็นให้ เเต่ยังไงก็ต้องมาใหม่พรุ่งนี้อยู่ดี 555


งดรับ comment คนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกชั่วคราว เพื่อตรวจสอบปัญหา Spam ครับ
ขออภัยในความไม่สะดวกด้วย

Firefox 2
แก้ปัญหาเม้นไอคอนไม่ติด ด้วย Firefox

yopthum 2551 ไปเที่ยว ยังบันทึกไม่เสร็จ